สิงห์บลู แก้จุดอ่อนไม่หายหลังพ่าย ปืน

สิงห์บลู แก้จุดอ่อนไม่หายหลังพ่าย ปืน

สิงห์บลู แก้จุดอ่อนไม่หายหลังพ่าย ปืน

สำหรับ “ สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่พวกเขาต้องเล่น ดาบี้แมตซ์ กับทีม “ ปืนใหญ่ ” อาร์เซนอล และพวกเขาก็พ่ายให้กลับเจ้าถิ่นถึง 3 – 1  และก่อนเกมการแข่งขันเหล่าบรรดาผู้สันทัดกรณีก็ได้ฟันธงจุดอ่อนของทีม เชลซี หลายอย่าง แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่พวกเขาจะเก็บแต้มเหนือ อาร์เซนอล ได้ แต่ทุกอย่างก็พลิกผันหลังจาก นักเตะ ปืนใหญ่ ทุกคนที่เล่นได้ดีในบ้านของตัวเอง จนทำให้ผลงานในนัดนั้นซ้ำเติมจุดอ่อนที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด มีอยู่อย่างมากมายในสโมสร เชลซี ตอนนี้

สำหรับทั้ง 3 รูปที่ เมนดี้ ผู้รักษาประตูมือกาวของ “ สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ที่ปล่อยให้บอลเข้าไปตุงตาข่ายคงจะโทษเมนดี้ ไม่ได้ หลังจากที่ลูกยิงของนักเตะ อาร์เซนอล ต่างก็มีความเฉียบขาดทั้ง 3 ลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกจุดโทษ หรือแม้กระทั่งลูกฟรีคิก และลูกยิงเหนือความคาดหมายอย่างสุดสวยของ ซาก้า ก็ทำให้ เมนดี้ หมดสิทธิ์ และก็เป็นอย่างที่ เมนดี้ ได้ออกมาบ่นก่อนหน้านี้ว่า หากนัดไหนแผงหลังของทีม เชลซี เล่นได้ไม่ดี นั่นเท่ากับว่าผลงานการเซฟหรือเก็บคลีนชีตของเขาในนัดนั้น ก็คงจะไม่มีประโยชน์หลังจากที่กองหลังไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ และนัดที่พวกเขาพ่ายให้กับ อาร์เซนอล นอกจากจะยกความดีความงามให้กับเหล่าบรรดานักเตะ ปืนใหญ่ แล้ว ก็คงต้องแก้ไขเกมรับที่ดูเหมือนจะหลวมและไม่มีระบบของ “ สิงห์ไฮโซ ” ในนัดนั้นอีกด้วย

และปัญหาที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนก็คือเครื่องจักรสังหารที่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ซื้อมาจากลีก เยอรมัน ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฟอร์มของ ติมอร์ เวนเนอร์ ตอนนี้กำลังถดถอยลงไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่า แวร์เนอ ร์จะมีโอกาสเข้าจบสกอร์ถึง 2 ครั้งก็ตาม แต่สำหรับความเฉียบคมและการตัดสินใจที่เฉียบไวแน่วแน่ ของ แวร์เนอร์ หลุดหายไปจากจากเดิมเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนกับตอนที่เขาย้ายเข้ามาเล่นให้กับ เชลซี เมื่อช่วงต้นฤดูกาลใหม่ ๆ ที่ดูเหมือนว่าตัวเขาเองจะเป็นเครื่องจักรสังหารจาก เยอรมัน ที่ดูคุ้มค่าเป็นอย่างมาก แต่สำหรับในนัดนี้ ตัว แวร์เนอร์ แทบจะไม่มีบทบาทหลังจากที่เป็นนักเตะที่เล่นเหมือนไม่มีความมั่นใจ และต้องถูกถอดออกในช่วงพักครึ่งแรกจากผลงานที่ไม่มีส่วนร่วมกับทีมมากนัก

และเครื่องจักรสังหารรายที่ 2 ของ เยอรมัน ก็คือ ไค ฮาแวทซ์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงท้ายครึ่งหลัง โดยที่แฟรงค์ แลมพาร์ด หวังที่จะยกระดับเกมลุกขึ้นมาเพื่อไล่ตีตื้นจากทีม ปืนใหญ่ แต่ ไค แวทซ์ ก็ต้องทำให้นายใหญ่  “ สิงโตน้ำเงินคราม ” ต้องผิดหวังอีกครั้ง หลังจากที่ตัวเขาเองก็เหมือนลงมาเป็นไม้ประดับและไม่ได้สร้างสรรค์จินตนาการในแดนกลางเพื่อคอยป้อนบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมเลยด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าหากในนัดนั้น เครื่องจักรสังหารของเยอรมัน สามารถทำงานได้อย่างดีในช่วงครึ่งแรก จากโอกาสการเข้าจบสกอร์ของ แวร์เนอร์ เชื่อได้เลยว่า ในครึ่งหลังทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด คงจะยิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำแน่นอน สิงห์บลู แก้จุดอ่อนไม่หายหลังพ่าย ปืน

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะตามหลังทีม อาร์เซนอล อยู่ถึง 3 ลูก แต่รูปเกมและการคลองบอลนักเตะของทีมเชลซี ทำได้ดีอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการทวงคืนประตูของ อับราฮัม ในช่วงท้ายเกมที่ยิงได้มา 1 ลูก และในนาทีที่ 90 พวกเขาก็มีโอกาสยิงลูกจุดโทษเช่นเดียวกัน แต่สุดท้ายแล้ว จอร์จินโญ ก็ตัดสายออกซิเจนของทีมทันทีหลังจากที่เขาสังหารจุดโทษไม่เข้า และทีม ปืนใหญ่ ก็หันกลับมาเล่นเกมตั้งรับ พร้อมกลับสวนกลับ จนทำให้ เชลซี ไม่มีโอกาสพที่จะพาบอลเข้าไปในกรอบ 18 หลาด้วยซ้ำ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที

#สิงห์บลู แก้จุดอ่อนไม่หายหลังพ่าย ปืน