เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”

เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”

เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”   

ในฤดูกาลก่อน “ สิงโตน้ำเงินคราม ” เชลซี ภายใต้การนำทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือหนุ่มไฟแรง ที่ได้โอกาสเข้ามารับงานให้กับอดีตต้นสังกัดนั้น ต้องเจอกับปัญหามากมาย ทั้งการถูกแบนการซื้อนักเตะตลอด 3 ช่วงเวลา ( ตลาดหน้าหนาว 2 รอบ และ หน้าร้อน 1 รอบ ) พร้อมทั้งต้องเสียผู้เล่นเบอร์ 1 ที่เป็นทุกอย่างในการขึ้นเกมรุกของทีมอย่าง เอเดน อาซาร์ ออกไปให้กับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวกว่าร้อยล้านปอนด์ แต่เงินนั้นก็ไม่อาจช่วยให้เขาไปซื้อใครมาแทนได้อยู่ดี

ทำให้ทั้งหมดนี้ แลมป์ ต้องพยายามใช้ทรัพยากรณ์ที่มีอยู่ในทีม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตำแหน่งของ อาซาร์ นั้น ยังโชคดีที่สโมสรได้ไปดึงตัว คริสเตียน พูลิซิส ปีกดาวรุ่งตัวเก่งของ ดอร์ทมุนด์ มาได้ ก่อนโทษแบบจะมีผล แต่ตำแหน่งที่ แลมพาร์ด ต้องปวดหัวอีกตำแหน่งคือ กองหน้าตัวเป้า เพราะเวลานั้นมี โอวิริเยร์ ชิรู กับ มิตซิ บัตชัวยี เพียง 2 คนเท่านั้น และทั้งคู่ก็ไม่ใช่นักเตะที่มีสถิติที่มียอดการถล่มประตูมากมายเท่าไรนัก ทำให้ แลมพาร์ด ต้องดันกองหน้าหมายเลข 3 ขึ้นมาจากทีมสำรอง นั่นคือ แทมมี อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งสัญชาติอังกฤษ วัย 22 ปี ( ในตอนนั้น ) ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และ อับราฮัม ก็ไม่ทำให้แฟนบอล เชลซี ต้องผิดหวัง เพราะตลอดการลงเล่น 47 ในทุกรายการในปีนั้น เขาทำไปทั้งหมด 18 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ แต่ด้วยข้อจำกัดที่เขาไม่สามารถเล่นบอลได้จากนอกกรอบเขตโทษได้ดีเท่าไร ทำให้ แลมพาร์ด ต้องการศูนย์หน้าคนใหม่ ที่จะเข้ามาสร้างมิติในการทำเกมรุกให้กับทีมได้หลากหลายมากขึ้น

เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”

และคน ๆ นั้นก็คือ ติมอร์ แวร์เนอร์ ยอดกองหน้าทีมชาติ เยอรมัน ของ แอร์เบ ไลป์ซิก เจ้าของค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ( 2,200 ล้านบาท ) พร้อมค่าเหนื่อยกว่า 12 ล้านปอนด์ ( 480 ล้านบาท ) ต่อปี ที่ เชลซี ยอมทุ่มเงินขนาดนี้ เพราะสถิติการทำประตูกว่า 95 ประตู กับอีก 40 แอสซิสต์ จกการลงเล่นเพียงแค่ 159 นัด นั้นเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีว่า แวร์เนอร์ คือกองหน้าในอุดมคติที่ เชลซี ตามหาอย่างแท้จริง

ทันใดที่ฤดูกาลเริ่มเปิดแข่งขันนั้น แวร์เนอร์ ก็แสดงให้เห็นสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากศูนย์หน้าคนอื่น ๆ ภายในทีมอย่างชัดเจน เขาสามารถถ่างตัวเองออกมารับบอลในกรอบเขตโทษได้จากทาง ซ้าย – ขวา ได้อย่างเนียนตา และความเร็วของแวร์เนอร์ นั้น ก็สามารถช่วยให้บรรดาปีก และตัวรุกคนอื่น ๆ สามารถขึ้นเกมโต้กลับได้เร็วกว่าเดิมอีกด้วย

ทำให้เราจะเห็นว่า แวร์เนอร์ เป็นนักเตะที่สามารถปรับตัวเข้ากับระบบของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถทำให้ทีมของ แลมป์ มีการเล่นที่น่ากลัวมากขึ้น และผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง ไคน์ ฮาร์แว็ตซ์, ฮาคิม ซีเย็ค รวมถึงหน้าเก่าอย่างพูลิซิส ยกระดับการเล่นขึ้นมาได้อีกขั้นเหมือนกัน

เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”

แวร์เนอร์ มีสถิติการมีส่วนร่วมกับเกมที่ดี และสามารถทำประตูให้กับ เชลซี ไปแล้ว 7 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเพียง 11 นัด ในทุกรายการเท่านั้น ซึ่งการมีส่วนร่วม 10 ประตูนั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก หากเทียบกับนักเตะที่เพิ่งย้ายเข้ามาหาความท้าทายใหม่ ๆ ในลีกสุดแกร่งอย่างนี้

ทั้งนี้ เราต้องมาดูกันว่า แวร์เนอร์ จะช่วยให้ระบบการเล่นของ เชลซี เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากเพียงใด เพราะ ต้องอย่าลืมว่า การที่เขาเป็นนักเตะที่เล่นบอลได้ดุดัน และใช้สปีดความเร็วในการเข้าปะทะกองหลังตัวใหญ่แล้วนั้น อาจทำให้เขาได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเอาตัวรอดของยอดกองหน้าทีมชาติ เยอรมัน รายนี้แล้ว

เอเดน อาซาร์,แฟรงค์ แลมพาร์ด,เรอัล มาดริด,โอวิริเยร์ ชิรู,มิตซิ บัตชัวยี

เมื่อ แวร์เนอร์ เข้าใจ “ แฟรงค์ ”

Chelseathailand